Your Everyday Smile #ดูแลผิวฟันให้เหมือนดูแลผิวกาย

เล็บเหลือง แก้ไขอย่างไร คล้ายปัญหาฟันเหลืองหรือไม่ ?

 

 

          ชาว Linee ส่วนใหญ่เคยประสบปัญหาฟันเหลืองจนหมดความมั่นใจจนต้องใช้การฟอกสีฟันสี Linee แก้ไขปัญหากันมาแล้ว  ปัญหา เล็บเหลือง ก็เช่นกันค่ะ ทำให้รู้สึกแย่และขาดความมั่นใจได้ แถมสาเหตุ และการดูแลเล็บบางอย่างก็มีความเกี่ยวเนื่องกับอาการฟันเหลืองอีกด้วย  แต่จะเกี่ยวข้องแบบไหน และดูแลอย่างไรให้หมดปัญหาเล็บเหลือง ? ไม่ต้องห่วงค่ะ เพื่อสุขภาพเล็บที่ดี เราหาคำตอบมาแชร์ทุกคนแล้ว

 

 

“เล็บเหลือง” เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ? 

  1. คนที่ทาเล็บเป็นประจำ จะทำให้สารเคมีในยาทาเล็บทำร้ายเนื้อเล็บอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งสัญญาณเตือนสุขภาพเล็บเสียก็คือ อาการเล็บเหลืองนี่เอง โดยเฉพาะยาทาเล็บสีเข้ม เช่น ส้ม แดง ม่วง ดำ จะทำให้เชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่าง ๆ เติบโตในเล็บได้ดียิ่งขึ้น อาจส่งผลต่อสุขภาพเล็บระยะยาวได้

 

 

  1. อายุมากขึ้น ร่างกายเสื่อมก็ลงตามเวลา เล็บก็เช่นเดียวกัน เมื่ออายุมากขึ้น สภาพเล็บก็มีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นเล็บหนาหรือบางเกินไป เล็บแห้งเปราะง่าย เล็บกลายเป็นสีเหลือง ไม่ขาวอมชมพูเช่นเคย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ

 

 

  1. บุหรี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เล็บเหลือง เพราะการใช้นิ้วคีบบุหรี่เป็นประจำจะทำให้สารนิโคตินในบุหรี่ติดอยู่ที่เล็บและนิ้วจนเกิดสีเหลืองขึ้นได้

 

 

  1. บางครั้งอาการเล็บเหลือง โดยเฉพาะเล็บเท้า อาจเกิดการใส่รองเท้าสกปรก ไม่ระบายอากาศ ทำให้เกิดเชื้อรา และแบคทีเรียที่เล็บได้ ทางแก้ก็คือ หมั่นทำความสะอาดรองเท้าและถุงเท้าให้สะอาด เลือกใช้รองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี และหมั่นทำความสะอาดเล็บเท้าอย่างสม่ำเสมอไม่แพ้เล็บมือ

 

 

  1. คนป่วยที่ต้องรับประทานยารักษาเป็นประจำอาจเกิดอาการเล็บเหลืองได้ เช่น คนที่รับประทานยาต้านเชื้อรา ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ และยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นยาที่ต้องรับประทานตามคำสั่งแพทย์ ฉะนั้นแม้จะมีอาการเล็บเหลืองก็ไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไข

 

 

  1. เล็บเหลือง อาจมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วย เช่น เบาหวาน ต่อมน้ำเหลืองโต ไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอด มะเร็ง ถุงลมโป่งพอง ขาดวิตามินอี โรคตับ ฯลฯ รวมถึงกลุ่มอาการผิดปกติของเล็บ (Yellow Nail Syndrome) ที่นอกจากเล็บเป็นสีเหลืองแล้ว เนื้อเล็บจะหนาและแห้ง  รูปเล็บผิดปกติ ไม่แข็งแรง อาจเกิดเล็บหลุดได้

             

 

 

“เล็บเหลือง” มีวิธีแก้ไขได้อย่างไรบ้าง? 

  1. ใช้ครีมบำรุงเล็บ ที่มีส่วนผสมของ ทีทรีออยล์ โจโจ้บาออยล์ หรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกไม้ เช่น น้ำมันกุหลาบ นวดบำรุงเล็บเป็นประจำ

 

 

  1. สำหรับคนชอบทาเล็บ การใช้น้ำยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์เป็นประจำจะส่งผลเสียต่อเล็บ หลังล้างสีทาเล็บควรใช้ น้ำอุ่นผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือเบบี้ออยล์ แช่มือและเท้าไว้ 10 – 15 นาที แล้วใช้ผ้าซับให้แห้ง ก่อนทาครีมบำรุงเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้เล็บ

 

 

  1. ควร เลือกสีทาเล็บที่ได้มาตรฐาน งดใช้สีทาเล็บประเภทแห้งไว เพราะผสม อะซิโตน (Acetone) ทำให้เล็บแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และควรทารองพื้นที่หน้าเล็บด้วย น้ำยาเคลือบเล็บ(Base Coat) ก่อนทาเล็บทุกครั้ง จะช่วยลดโอกาสเกิดเล็บเหลืองได้

 

 

  1. เพื่อสุขภาพเล็บ อย่าทาเล็บบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้ผิวเล็บไม่ได้สัมผัสอากาศ สารเคมีสะสมบนเล็บ ทำให้เล็บเหลืองและหน้าเล็บเสีย หลังล้างสีเล็บ ก่อนทาสีใหม่ควรพักเล็บ 1 สัปดาห์  ระหว่างนั้นให้หันมาบำรุงเล็บให้สวยแบบธรรมชาติด้วยครีมบำรุงมือและเล็บเป็นประจำ

 

 

5. หมั่นทำ สปาเล็บ ด้วยการใช้ของใกล้ตัว ดังนี้ 
    • ก่อนนอนใช้น้ำอุ่นใส่มะนาวฝานเป็นแว่นมาแช่มือและเท้าไว้ 5 – 10 นาที แล้วล้างออก ซับให้แห้งหมาด แล้วทาเบบี้ออยล์นวดบำรุงมือและเล็บ

 

 

    • ถ้ามีเวลาน้อย ให้ฝานมะนาวหรือมะกรูดเป็นแว่นแล้วนำมาถูที่นิ้วและเล็บให้ทั่ว ทิ้งไว้ 2 – 3 นาที ล้างออกให้สะอาด แล้วทาครีมหรือโลชั่นสำหรับมือและเล็บให้ทั่ว

 

 

    • น้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง ผสมน้ำมะนาวครึ่งลูก และเบบี้ออยล์ 3-4 หยด (ใช้น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอกแทนได้) นำเล็บจุ่มลงไปแล้วใช้แปรงขัดเล็บเบา ๆ ก่อนล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง กรดในมะนาวจะช่วยให้เล็บเหลืองค่อยๆ จางลง ขณะที่เบบี้ออยล์จะช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ ทำเป็นประจำ เล็บจะค่อย ๆ ขาวสะอาดขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

    • น้ำมะนาว 2 ช้อนชา ผสม เบคกิ้งโซดา ให้มีลักษณะข้น ทาเล็บทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับจนแห้งหมาด แล้วนวดเล็บด้วยน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือน้ำมันมะกอก จะช่วยให้เล็บขาวใสขึ้น

 

 

    • ใช้ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide)5 – 3 % เช็ดทำความสะอาดเล็บ ทิ้งไว้ครู่หนึ่งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะทำความสะอาดได้ล้ำลึกมากขึ้น แต่ต้องอย่าลืมใช้ออยล์หรือเซรั่มบำรุงเล็บตบท้ายด้วยล่ะ

 

 

  1. ยาสีฟัน นอกจากช่วยทำความสะอาดฟัน ทำให้ฟันขาวแข็งแรง ลดโอกาสเกิดฟันเหลืองแล้ว ยาสีฟันยังช่วยแก้ไขปัญหาเล็บเหลืองได้อีกด้วย  โดยการนำยาสีฟันสูตรไวท์เทนนิ่งมาทาบนเล็บเหลือง ๆ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วใช้แปรงสีฟันเก่าที่ไม่ใช้แล้วนำมาขัดทำความสะอาดเล็บเบา ๆ แล้วล้างออก ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันจะเริ่มเห็นผล  ว่าปัญหาเล็บเหลืองค่อยๆ จางลง เล็บกลับมาขาวใสดูสุขภาพดีอีกครั้ง

 

 

  1. ยุคโควิด การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ หรือพ่นแอลกอฮอลล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป เป็นเรื่องจำเป็น เมื่อเล็บสัมผัสแอลกอฮอลล์เป็นประจำทำให้เกิดอาการเล็บแห้ง ลอกเป็นขุยได้ ฉะนั้นควร ใช้แอลกอฮอลล์เท่าที่จำเป็น เลี่ยงการพ่นแอลกอฮอลล์โดยตรงที่เล็บ และควรใช้แฮนด์ครีมเป็นประจำหลังสัมผัสแอลกอฮอลล์

 

 

  1. บำรุงด้วย วิตามินอี (Vitamin E) ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะวิตามินอีสำคัญต่อการซ่อมแซมและบำรุงเล็บ ผม ผิว แต่สิ่งสำคัญคือ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้วิตามินอี เพราะสุขภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

 

 

ดูแลเล็บอย่างไรให้ห่างไกล “เล็บเหลือง” ? 

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเล็บ
  • อาหารประเภทโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนที่เรียกว่า เคราติน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใย ช่วยให้เล็บแข็งแรง ช่วยลดโอกาศเล็บฉีกเกิดเล็บฉีกได้ เช่น นม ไข่ ปลา เนื้อหมูและไก่ไม่ติดมัน ฯลฯ

 

 

  • อาหารประเภทแคลเซียม จำเป็นต่อเล็บเช่นเดียวกับจำเป็นต่อฟัน เพราะหากขาดแคลเซียม เล็บจะแห้งเปราะ อาหารอุดมแคลเซียม เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต ชีส ผักโขม ฯลฯ

 

 

  • อาหารที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น

วิตามีนบี 2 ช่วยให้เล็บขาวใสสุขภาพดี ถ้าขาดวิตามินบี 2  เล็บจะขุ่นและเกิดดอกเล็บขึ้น อาหารที่มีวิตามินบี 2 ตามธรรมชาติ ได้แก่ นม ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ผักใบเขียว ถั่ว

 

 

ธาตุเหล็ก มีหน้าที่บำรุงกระดูก ฟัน ผิว ผม และเล็บให้แข็งแรง ผิวเล็บเรียบลื่น ขาวใส อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงได้แก่ ข้าวกล้อง เนื้อและเครื่องในสัตว์ ไข่แดง ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า ผักบุ้ง บร็อคโคลี่ เป็นต้น

 

 

สังกะสี เป็นแร่ธาตุอีกชนิดที่สำคัญ ช่วยบำรุงสุขภาพเล็บได้ ร่างกายต้องการไม่มากแต่ขาดไม่ได้ อาหารที่มีธาตุสังกะสี คือ เนื้อสัตว์ หอยนางรม ธัญพืช ถั่วชนิดต่าง ๆ

 

 

  1. ดื่มน้ำอย่างพอเพียง

          การดื่มน้ำให้พอเพียงทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้ดี ช่องปากผลิตน้ำลายออกมามาก ช่วยเคลือบฟัน ป้องกันฟันผุได้  กับสุขภาพเล็บก็เช่นกัน การดื่มน้ำให้พอเพียงทำให้เล็บแข็งแรง ไม่เสี่ยงเล็บเหลือง ไม่แห้งเปราะอย่างไรล่ะคะ

 

 

  1. อย่าให้เล็บโดนน้ำหรือสารเคมีบ่อย

          ในชีวิตประจำวันเล็บเราต้องโดนน้ำเป็นประจำ แต่หากโดนน้ำหรือแช่น้ำมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อเล็บได้ สารเคมีในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาซักผ้า ฯลฯ ก็ส่งทำให้เล็บเหลืองได้ ดังนั้นเราควรแก้ไขด้วยการ หากเล็บโดนน้ำนานควรรีบซับให้แห้งแล้วทาโลชั่นบำรุง หากต้องใช้สารเคมีควรใส่ถุงมือป้องกัน เพื่อสุขภาพมือและเล็บที่ดี

  

 

  1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

           การเลือกใช้ยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บ ควรเลือกของดีที่ได้มาตรฐาน อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะหากใช้ของไม่ดีจะส่งผลเสียต่อเล็บระยะยาว ผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บก็เช่นกัน ควรเลือกที่มีสารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก

 

 

          เห็นหรือยังคะว่า “เล็บเหลือง” มีส่วนคล้ายอาการ “ฟันเหลือง” อย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุของอาการ วิธีแก้ไขบางอย่าง หรือแม้แต่การดูแลด้วยอาหารการกิน มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ฉะนั้นการหมั่นดูแลสุขภาพฟัน และสุขภาพเล็บ จึงเป็นเรื่องที่สามารถดูแลไปพร้อม ๆ กันได้ค่ะ