Your Everyday Smile #ดูแลผิวฟันให้เหมือนดูแลผิวกาย

ฟันขาวแต่ปวดฟัน ใครจะทน มาแก้ไขด้วยตัวเองกันเถอะ

 

         ฟันขาวไม่ว่าใคร เพศไหน ช่วงอายุเท่าไหร่ ทุกคนล้วนอยากมีรอยยิ้มพิมพ์ใจ ยิ้มแล้วฟันขาวสว่างสดใส เพราะรอยยิ้มเป็นสิ่งแรกๆที่คนจะสามารถจดจำเราได้ เพราะฉะนั้นการที่ฟันของเราขาวก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รอยยิ้มของเรานั้นดูดีขึ้นมา แต่ว่าเพียงแค่ฟันขาวนั้นยังไม่พอ การที่ฟันของเราขาวแล้วก็ยังสามารถปวดฟันได้เช่นกัน ดังนั้นนอกจากฟันขาวแล้วสุขภาพในช่องปากของเราก็ต้องดีด้วย

        ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ทุกคนเจอบ่อยคือ ปวดฟัน ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฟันผุ ฟันคุด  เหงือกอักเสบ ฯลฯ และยังเป็นผลจากการเป็นโรคอื่นได้ด้วย เช่น ไซนัสอักเสบ โรคเกี่ยวกับหู  อาการปวดเส้นประสาทบนใบหน้า  โรคหลอดเลือดหัวใจ ก่อนจะไปรู้วิธีเบื้องต้นในการบรรเทาอาการปวด เรามารู้สาเหตุกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ปวดฟัน     

          ฟันผุ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเราแปรงฟันสะอาดดีแล้วแปรงทุกเช้า ก่อนนอนทุกวัน แต่เมื่อไปตรวจฟันทีไรก็เจอฟันผุเกือบทุกที

          การที่ฟันผุสาเหตุมาจากการแปรงฟันได้ไม่สะอาดมากพอ ก็คือแปรงไม่ทุกซอกทุกมุม เมื่อเราแปรงฟันไม่สะอาดก็จะทำให้เหลือเศษคราบอาหาร และคราบจุลินทรีย์ทิ้งไว้ที่ฟันเรานั่นเอง เมื่อเกินคราบอาหาร (คราบน้ำตาล) คราบจุลินทรีย์ (เชื้อโรคในช่องปาก) รวมกับการทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานจึงทำให้เกิดฟันผุนั่นเอง

         คราบเศษอาหาร (คราบน้ำตาล) เกิดจากมื้ออาหารที่เรารับประทานเป็นประจำทุกวัน จำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต พอถูกย่อยโดยเอนไซม์จากน้ำลายแล้ว ก็จะกลายเป็นน้ำตาล เพราะฉะนั้นเมื่อเรากินอาหาร ผลไม้ โดยเฉพาะ ของหวาน เครื่องดื่มน้ำอัดลมต่างๆเมื่อถูกย่อยแล้วก็จะกลายเป็นน้ำตาล

         คราบจุลินทรีย์ (เชื้อโรคนช่องปาก)  ถ้าเราทำความสะอาดดี แปรงฟันสะอาด คราบจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรียก็จะถูกกำจัดออกไปเรื่อยๆ เมื่อถูกกำจัดออกไปแล้วก็จะไม่สามารถเพิ่มปริมาณมาทำร้ายเราได้ แต่ถ้ทำความสะอาดไม่ทั่วถึงแบคทีเรียก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้เรื่อยๆ ยิ่งเมื่อเราได้อาหารจากเรา นั่นก็คือ น้ำตาล ก็จะยิ่งทำให้เพิ่มปริมาณแบคทีเรียได้เอะมากขึ้น

          การทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน หมายถึง เมื่อเรามีคราบจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรียในร่างกาย และมีอาหาร (น้ำตาล) เมื่อถูกทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ เนื่องจากแบคทีเรียจะมาย่อยสลายอาหารเป็นเภทน้ำตาล จึงทำให้เกิดสภาวะความเป็นกรดในช่องปาก ส่งผลให้ฟันของเราถูกดึงแคลเซียม และฟอสฟอรัสออกไป เมื่อเกิดสภาวะที่เป็นกรดบ่อยๆ ในที่สุดฟันก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือสีดำ และเป็นรูฟันผุ

         ฟันคุด ฟันคุดคือฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาได้เองบนช่องปากได้ตามปกติ เนื่องจากอาจจะมีสิ่งกีดขวางที่ทำให้ฟันไม่สามารถโผล่พ้นขึ้นมาได้ หรือ อาจเพราะพื้นที่ของขากรรไกรไม่เพียงพอ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฟันคุดเนื่องจากขนาดขากรรไกรที่ไม่สอดรับกับขนาดของฟัน การเกิดฟันคุดมักเกิดขึ้นกับฟันกรามซี่สุดท้าย และจะพบมากในช่วงอายุ 18-20 ปี ฟันคุดไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน เพราะขากรรไกรของบางคนนั้นมีขนาดที่จะสามารถรองรับฟันซี่ด้านในสุดได้ จากนั้นฟันคุดก็จะกลายเป็นฟันธรรมดาๆซี่หนึ่ง

         เมื่อฟันคุดไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้ จำเป็นที่จะต้องผ่าออกเพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบต่อฟันใกล้เคียง หรือในกรณีที่ฟันคุดสามารถโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาได้ แต่ก็ยังไม่สามารถเรียงตัวได้ ก็ยังคงต้องถอนฟันเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆในช่องฟันตามมา

         ลักษณะอาการฟันคุดสังเกตุได้จากอะไรบ้าง

สิ่งแรกก็คืออาการปวดฟัน การปวดของฟันคุดเป็นอาการปวดที่หลายคนไม่อยากเป็น เนื่องจากทำให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวดแล้ว ยังมีอาการปวดจนนอนไม่หลับ 

          ไซนัสอักเสบ

          อาการไซนัสเกิดจากโพรงจมูกบวมและอักเสบ เนื่องจากไซนัสไม่สามารถระบายออกได้จึงอาจเกิดการสะสมของเมือก มักเกิดจากเชื้อไวรัส อย่างเช่น เมื่อเราเป็นหวัด อาจเกิดจากภูมิแพ้หรือแบคทีเรียได้เช่นกัน

           เมื่อคุณดื่มน้ำเย็นๆ หรือซดน้ำซุปที่กำลังร้อนๆ แล้วมีอาการปวดฟันมาก ไซนัสอักเสบอาจเป็นสาเหตุของการปวดได้ ขึ้นอยู่กับว่าไซนัสเกิดที่บริเวณไหนบนใบหน้าของเรา รากของฟันกรามนั้นจะอยู่ใกล้กับโพรงของไซนัส นั่นเป็นเหตุผลว่า เมื่อไซนัสของเราติดเชื้อและมีอาการบวม อาการปวดที่เกิดขึ้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าเกิดจากฟันของตัวเองนั่นผุ

          อาการปวดเส้นประสาทบนใบหน้า

         สาเหตุของอาการปวดเส้นประสาทบนใบหน้า ได้แก่ การที่เส้นเลือดที่อยู่ใกล้เคียงกับเส้นประสาทใบหน้าเลื่อนเข้ามาใกล้เส้นประสาทเกินไปจนทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท ส่งผลให้การทำงานของเส้นประสาทบนใบหน้าผิดปกติและไวต่อการกระตุ้นได้ง่าย 

         อาการของการปวดเส้นประสาทบนใบหน้าคือมีอาการปวดแปลบคล้ายกับไฟช็อตที่บริเวณใบหน้า บางคนอาจจะมีอาการคล้ายการปวดฟัน และมีอาการปวดบริเวณเหงือกร่วมดวย ทำให้คนมักเข้าใจผิดและคิดว่าเป็นการปวดจากการเกิดโรคในช่องปาก         

โดยอาการที่เกิดที่ได้พูดถึงนี้และโรคที่พูดถึงนี้การพบทันตแพทย์ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด  แต่ถ้าไม่สามารถทำได้  คงต้องหาวิธีรักษาด้วยตัวเอง  เราจึงรวบรวมวิธีบรรเทาการเบื้องต้นมาฝากกัน ดังนี้

 

  1. ยาแก้ปวด เป็นวิธีแรกที่นึกถึงเพื่อลดอาการปวด โดยยาลดอาการปวดทั่วไปที่ใช้กันก็คือ พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน และแอสไพริน (ไม่เหมาะสำหรับคนอายุต่ำกว่า 16 ปี) ซึ่งก่อนรับประทานยาควรอ่านฉลาก และรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม                                                                                                                             
  2. ประคบเย็น VS ประคบร้อน ช่วยลดการปวดฟันได้ โดยประคบเย็นช่วยลดการปวดจากการอักเสบ เช่น เหงือกอักเสบ เพราะความเย็นทำให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลเวียนของเลือด ด้วยการนำผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวด  10- 15 นาที ขณะที่การประคบร้อนเหมาะกับการปวดที่เป็นหนอง ความร้อนจะช่วยระบายหนอง ลดบวมได้  โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณที่ปวด 10 – 15 นาที

 

 

  1. น้ำเกลืออุ่น นำมาบ้วนปากช่วยล้างเศษอาหารที่ติดอยู่ในฟันผุหรือระหว่างซอกฟัน ลดการปวดบวมจากการอักเสบในช่องปากได้ เพราะเกลือช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยผสมเกลือป่นกับน้ำอุ่นแล้วอมไว้ประมาณ 30 วินาที สามารถทำซ้ำได้จนกว่าอาการจะทุเลาลง

 

 

  1. ชา ถ้าเป็นถุงชา ให้นำไปแช่ในน้ำอุ่นแล้วนำมาประคบฟันไว้จนอาการปวดลดลง  ถ้าเป็นใบชาแห้งนำไปแช่น้ำร้อน 20 นาที พอน้ำชาเริ่มอุ่นก็นำมาบ้วนปากได้บ่อยตามต้องการ จากนั้นให้บ้วนน้ำสะอาดตาม จะช่วยลดอาการปวดได้

 

 

  1. กระเทียม มีสารที่เรียกว่า อัลลิซิน ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและเป็นยาฆ่าเื้อต้านการอักเสบที่ยอดเยี่ยม หมายความว่า การรักษาอาการปวด มันจะทำให้รู้สึกชาจากอการเจ็บปวดและชช่วยฆ่าเชื้อที่เกี่ยวข้องกับอาการปวด หากนำกระเทียมสดบดรวมกับกานพลูแล้วผสมเกลือเล็กน้อย เมื่อนำมากดบริเวณฟันที่ปวดอยู่จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ ใช้กลีบกระเทียมเคี้ยวด้วยฟันที่เจ็บ วิธีนี้อาจจะดูยากสำหรับบางคนแต่ว่าไม่นานอาการปวดก็จะหายไปได้

 

 

  1. กานพลู มีสาร ยูจีนอล ที่ทำหน้าที่คล้ายยาชา ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของเหงือกและฟันที่กำลังติดเชื้อ ถ้าใครมีน้ำมันกานพลูให้ใช้สำลีก้อนเล็ก ๆ ชุบน้ำมันทาบริเวณฟันที่ปวดแต่ถ้ามีแต่กานพลูแห้ง ให้นำมาค่อย ๆ เคี้ยวเพื่อให้กานพลูคายน้ำมันบริเวณใกล้ ๆ ฟันที่ปวด หรือวิธีอีกอย่างคือนำกานพลูมาทุบแล้วผสมกับเหล้าขาวแล้วนำมาอุดตรงบริเวณที่มีอาการปวดของฟัน ก็จะช่วยทำให้อาการปวดดีขึ้นตามลำดับ

 

 

  1. เปปเปอร์มินต์ หรือสะระแหน่ มีฤทธิ์เหมือนกานพลู ช่วยลดอาการปวด ต้านเชื้อแบคทีเรีย วิธีคือนำใบสะระแหน่แห้ง 1 ช้อนชาผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ทิ้งไว้ 20 นาที พอเย็นแล้วให้นำมาบ้วนปาก  ให้น้ำสัมผัสบริเวณที่ปวด แต่ถ้ามีน้ำมันเปปเปอร์มินต์แบบสกัด ให้หยดน้ำมันบนสำลี 2 – 3 หยดแล้วเอาสำลีแปะไว้บริเวณฟันที่ปวดจะช่วยให้ทุเลาได้

 

 

  1. โหระพา มีสรรพคุณช่วยลดการติดเชื้อได้ น้ำมันหอมระเหยจากโหระพามีสาร ไทมอล ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ ฉะนั้นถ้าใครมีน้ำมันหอมระเหยจากโหระพาให้หยดลงในแก้ว 1 หยด แล้วเติมน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อใช้บ้วนปาก หรือไม่ก็ให้หยดลงบนสำลีที่ชุบน้ำไว้นิดหน่อย 2 – 3 หยด ก่อนนำมาประคบฟันที่ปวด

 

 

  1. ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่เรารู้กันว่าช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แต่ความจริงแล้วว่านหางจระเข้ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบได้ด้วย  โดยปอกเปลือกแล้วล้างน้ำให้สะอาด หั่นเนื้อว่านเป็นชิ้นเล็ก ๆ แปะบริเวณที่ปวดจะช่วยบรรเทาอาการปวด

 

 

  1. เมล็ดผักชี ถ้าครัวบ้านใครมีให้ลองนำมาต้มกับน้ำสะอาด  ทิ้งไว้ให้อุ่นแล้วนำมาอมบ้วนปากบ่อย ๆ จะช่วยลดการปวด และลดการเจ็บแผลในช่องปากได้  

 

 

  1. หัวหอม เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีอยู่เกือบทุกครัวเรือน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการปวดฟัน และต้านเชื้อแบคทีเรียได้ โดยการหั่นหัวหอมเป็นชิ้นเล็ก ๆ มากดบริเวณที่มีอาการปวดจะช่วยบรรเทาอาการได้

 

 

  1. เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ประเภทวิสกี้ วอดก้า บรั่นดี มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์สูง ทำให้มีฤทธิ์คล้ายยาชา เมื่อนำสำลีสะอาดชุบหมาด ๆ แล้วนำไปกดเบา ๆ บริเวณที่ปวดจะช่วยให้ดีขึ้นได้

 

 

  1. น้ำมันมะพร้าว ช่วยลดอาการปวดของฟันได้ โดยเฉพาะการปวดที่เกิดจากฟันผุ ให้ใช้สำลีสะอาดก้อนเล็ก ๆ ชุบน้ำมันมะพร้าวอุดฟันที่ผุโดยไม่ให้สัมผสกระพุ้งแก้มและเหงือก หรือถ้ามีน้ำมะพร้าวสกัดเย็นให้นำมากลั้วปากหลังแปรงฟันจะสามารถบรรเทาอาการปวดได้

 

 14. ดอกดาวเรือง ดอกดาวเรืองไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น เพราะว่าดอกดาวเรืองสามารถช่วยลดอาการปวดของฟันได้ วิธีการคือนำดอกดาวเรือง 7-10 ดอก มาต้มในน้ำที่เดือดแล้วรับประทานทุกวัน จะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ผลโดยไม่ต้องเพิ่งยาแก้ปวดเลย

15. เมล็ดกุยช่าย สำหรับตำราแพทย์แผนจีน กล่าวว่าเมล็ดกุ่ยช่ายมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการปวดฟัน ดังนั้นสมัยก่อนเมื่อมีใครปวดก็จะนำเมล็ดกุ่ยช่ายมาคั่วให้เกรียมแล้วนำมาทุบให้ละเอียด จากนั้นก็นำไปละลายในน้ำยาง แล้วนำสำลีมาชุบกับน้ำมันยางที่มีส่วนผสมของเมล็ดกุ่ยช่าย จากนั้นทำมาอุดตรงบริเวณซอกฟันของเราที่มีอาการปวด ก็จะช่วยให้อาการปวดบรรเทาลงและหายไปในที่สุด

16. ผักบุ้งนา นอกจากผักบุ้งนาจะเหมาะกับการทานคู่กับส้มตำหรือว่าลาบแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดได้เป็นอย่างดี วิธีการคือนำผักบุ้งนามาประมาณ 1 กำ ตำให้ละเอียด จากนั้นก็คั้นเอาแต่น้ำ และนำมาบ้วนปากเป็นประจำบ่อยๆ 

17. ขมิ้น ขมิ้นสามารถต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านจุลชีพได้ ขมิ้นเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ฟันแข็งแรงสุขภาพดี วิธีการคือ สามารถใช้แทนยาสีฟันโดยการ นำน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ ขมิ้น 1 ช้อนชา และนำมันหอมระเหยสะระแหน่ 1-2 หยด นำมาหยดลงบนแปรงและใช้แทนยาสีฟัน จากนั้นฟันของเราก็จะปราศจากการปวดและจะมีฟันที่ขาวสะอาดอีกด้วย

 

18. มะระ สมุนไพรง่ายๆที่สามารถหาได้ทั่วไป มะระมีสรรพคุณที่ช่วยบรรเทาอาการปวด โดยการนำรากของมะระมาตพให้แหลก แล้วพอกฟันที่ปวดไว้สักครู่ อาการปวดก็จะทุเลาลง

19. เปลือกข่อย ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ อีกทั้งยังช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่จะเกิดในรากฟัน เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ วิธีการ นำมาต้มกับน้ำและผสมเกลือ 1 ช้อนชา ต้มให้เดือดแล้วปล่อยให้เย็น จากนั้นนำมาอม 2-3 นาที โดยทำติดต่อกัน 3-4 ครั้ง 

 

        หลังบรรเทาอาการปวดฟันได้แล้วอย่าลืมหาเวลาเข้ารับการรักษาจากทันตแพทย์ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี มีฟันขาวแบบไม่เจ็บไม่ปวดดีที่สุดจ้า